wck domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/scottde/domains/scott-demo.com/public_html/holistique/wp-includes/functions.php on line 6170essential-addons-for-elementor-lite domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/scottde/domains/scott-demo.com/public_html/holistique/wp-includes/functions.php on line 6170translatepress-multilingual domain was triggered too early. This is usually an indicator for some code in the plugin or theme running too early. Translations should be loaded at the init action or later. Please see Debugging in WordPress for more information. (This message was added in version 6.7.0.) in /home/scottde/domains/scott-demo.com/public_html/holistique/wp-includes/functions.php on line 6170อาการออฟฟิศซินโดรมที่พบบ่อย
1.ปวดตา สายตาเบลอ ตาพร่า
สาเหตุอาการปวดตา สายตาเบลอ ตาพร่า ได้แก่การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ใช้สายตาหนักเป็นเวลานานจนเกินไป ตาล้า ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตา สายตาพร่า หรืออาจมองเห็นภาพซ้อนได้จนไม่สามารถทำงานต่อได้
2.ปวดศีรษะ
อาการปวดศีรษะจากออฟฟิศซินโดรม มึนหัว ปวดหัว เกิดจากการลุกลามของอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ที่ทำให้กล้ามเนื้อตึงจนไม่สามารถไหลไปเลี้ยงส่วนหัวได้ตามปกติ จนเกิดเป็นอาการปวดศีรษะ หากอาการรุนแรงมีความเสี่ยงที่จะเกิดไมเกรนได้
3.ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่
อาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ อาการเหล่านี้เกิดจากการนั่งในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เกร็งตัว ก้มหรือเงยบ่อยจนเกินไป ไม่มีการเคลื่อนไหวระหว่างวันเท่าที่ควร เป็นเหตุให้กล้ามเนื้อตึงเครียดจนปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ได้
4.ปวดขา เหน็บชา
การนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานานจะทำให้เส้นเลือดดำถูกกดทับและส่งผลให้เลือดไหลเวียนผิดปกติจนเกิดอาการเหน็บชา ปวดขาได้ง่าย
ออฟฟิศซินโดรมรักษาได้อย่างไร
การรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีต่างๆ นั้นเป็นเพียงการรักษาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวด เป็นการรักษาอาการกล้ามเนื้ออักเสบหรือรักษาพังผืดในกล้ามเนื้อ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ท่านั่ง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
]]>คุณสมบัติกรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้เป็นสารเติมเต็มจะขึ้นอยู่กับความเข้มข้น ขนาดโมเลกุล ปริมาณของ cross-linking สารที่ใช้เพื่อทำให้เกิด cross-linking และความแข็งของสาร โดยทั่วไปถ้ามีปริมาณของ cross-linking มาก ก็จะทำให้สารมีความแข็งตัวมากขึ้น และสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานขึ้น สารที่มีขนาดของโมเลกุลเล็กจะเหมาะกับการใช้รักษาริ้วรอยตื้น ๆ และคงอยู่ในร่างกายได้นานประมาณ 6 เดือน ในขณะที่สารที่มีขนาดของโมเลกุลใหญ่จะใช้สำหรับการเพิ่มปริมาตรของใบหน้า และการรักษาริ้วรอยหรือร่องขนาดลึก ซึ่งจะคงอยู่ในร่างกายได้นาน 6-12 เดือน ริ้วรอยที่นิยมใช้การฉีดสารเติมเต็มเพื่อรักษา เช่น รอยย่นบริเวณหว่างคิ้ว รอยตีนกา และรอยย่นบนหน้าผาก สารเติมเต็มยังสามารถเพิ่มปริมาตรของใบหน้าบริเวณแก้ม ร่องแก้ม และบริเวณอื่น ๆ ได้ด้วย
ขั้นตอนและเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ Filler
ก่อนการฉีดสารเติมเต็มฟิลเลอร์ บนใบหน้าอาจใช้ยาชาชนิดทา ใช้น้ำแข็งประคบ หรือการฉีดยาชา เพื่อลดอาการเจ็บปวดระหว่างการรักษา เทคนิคการฉีดมีหลายวิธี แต่ที่นิยมใช้มี 2 วิธี คือ linear threading สำหรับริ้วรอยที่เป็นเส้นตรง และ fanning สำหรับบริเวณที่ต้องการเพิ่มปริมาตร ขณะฉีดควรฉีดสารทีละน้อยและทำอย่างช้า ๆ เพื่อลดการเจ็บปวดระหว่างการฉีด และลดการช้ำหลังการฉีด ไม่ควรฉีดสารเติมเต็มในบริเวณผิวหนังชั้นตื้น ๆ เนื่องจากจะทำให้เห็นสารเติมเต็มก้อนสีน้ำเงินใต้ผิวหนัง ภายหลังการฉีดควรจะนวดบริเวณที่ฉีดเบา ๆ เพื่อลดการจับตัวเป็นก้อนของสารเติมเต็มฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไป และการใช้น้ำแข็งประคบภายหลังการฉีดจะช่วยลดการอาการปวดและบวมได้
ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงที่สุดของการฉีดสารเติมเต็มบนใบหน้าคือ ตาบอด หรือการเกิดเนื้อตายบริเวณที่ฉีด เมื่อฉีดกรดไฮยาลูโรนิกเข้าไปในเส้นเลือดบริเวณที่ทำการรักษา การเกิดเนื้อตายนี้อาจเกิดจากการอุดตันของเส้นเลือดโดยตรง หรือเกิดจากการเพิ่มความดันรอบ ๆ หลอดเลือดและส่งผลให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดก็ได้ ซึ่งตำแหน่งที่เกิดผลข้างเคียงเช่นนี้ พบได้บ่อยที่สุดบริเวณรอยย่นระหว่างคิ้ว โดยขณะที่ฉีดจะพบว่าผิวหนังบริเวณที่ฉีดสารเติมเต็มจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาว (blanching) และเปลี่ยนเป็นสีม่วงตามมา ผู้ป่วยจะมีอาการปวดอย่างรุนแรง การรักษาควรทำทันทีด้วยการหยุดฉีดสารเติมเต็มนั้น พยายามดูดสารเติมเต็มที่ฉีดเข้าไปออกมาถ้าทำได้ นวดบริเวณที่ฉีดเพื่อกระจายและลดการจับตัวเป็นก้อนของสารเติมเต็ม ฉีดเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส เพื่อให้กรดไฮยาลูโรนิกสลายตัว การประคบอุ่น และใช้ 2% nitroglycerine paste ปิดบริเวณที่ฉีดจะช่วยทำให้เส้นเลือดขยายตัว และลดภาวะเนื้อตายได้
* ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
]]>นอกจากนี้เรื่องของสุขภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเราเองเท่านั้น แต่ยังโยงหรือส่งผลกระทบไปถึงคนรอบตัวเรา เช่น คนรัก พ่อแม่ ลูก รวมไปถึงหน้าที่การงาน ดังนั้นการตรวจสุขภาพ จึงเสมือนการรับผิดชอบต่อตัวเองเพื่อไม่ให้คนรอบข้างต้องกังวลกับปัญหาสุขภาพที่ไม่แน่นอน
โปรแกรมตรวจสุขภาพองค์รวม ครอบคลุมการตรวจสุขภาพพื้นฐานรวมถึงสารบ่งชี้การอักเสบต่างๆ โดยผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ผลตรวจและให้คำปรึกษารวมถึงการแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมทั้งช่วยวางแผนโปรแกรมการฟื้นฟู ดูแล และป้องกันการเกิดโรคในอนาคตเฉพาะบุคคลให้อีกด้วย
การเตรียมตัวตรวจสุขภาพ
งดอาหารอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง (ดื่มน้ำเปล่าได้ในปริมาณที่ไม่มากกว่าปกติ ในกรณีตรวจระดับน้ำตาลในเลือด หรือตามแพทย์นัด)
งดอาหาร และน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ในกรณีที่มีการตรวจอัลตราซาวด์
ควรสวมเสื้อที่สะดวกในการเจาะเลือดที่ข้อพับแขน
นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
]]>ภูมิแพ้อาหารแฝงจะต่างจากภูมิแพ้อาหารทั่วไป หรือแพ้อาหารเฉียบพลัน ซึ่งเป็นการแพ้ที่เกิดจากการกระตุ้น antibody ชนิด IgE (Immunoglobulin E) ทำให้เกิดการหลังฮิสตามีน จึงเกิดอาการผิดปกติที่เห็นได้ชัดแบบทันทีหรือไม่นานหลังจากรับประทานอาหารที่แพ้ เช่น ผื่น แดง บวม คัน หายใจลำบาก หรือปากบวม ตาบวม อาการเหล่านี้ทำให้ผู้ที่แพ้มักจะรู้ตัวว่าแพ้อาหารอะไร เพราะอาการมักปรากฎชัดเจนทุกครั้งที่รับประทานนั้น ๆ และสามารถหลีกการรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ ได้
IgG ย่อมาจาก Immunoglubulin G เป็นสารภูมิคุ้มกันที่เม็ดเลือดขาวสร้างขึ้น IgG บางชนิดอยู่ในร่างกายเราทั้งชีวิต แต่บางชนิดหายไปเมื่อเวลาผ่านไป การแพ้อาหารแบบ IgG จึงสามารถหายได้ (แต่บางชนิดก็เป็นตลอดชีวิตได้เช่นกัน)
ตัวอย่างอาการที่เกิดจากภาวะภูมิแพ้อาหารแฝง
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance Test)
การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง คือการตรวจหาชนิดของอาหารที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดโรคภูมิแพ้อาหารแฝง โดยการตรวจหาแอนติบอดี้ต่ออาหารจากเลือดของคนไข้ (Food Specific IgG) เพื่อดูว่ามีภูมิแพ้แฝงต่ออาหารชนิดใดบ้าง เพราะอาหารที่เป็นสาเหตุของภูมิแพ้อาหารแฝงนั้นมีได้มากกว่าหนึ่งชนิด เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นๆ
การเตรียมตัวก่อนตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง
]]>กรดอินทรีย์ในปัสสาวะคืออะไร?
กรดอินทรีย์ในปัสสาวะ เป็นสารประกอบทางเคมีที่ขับออกมาทางปัสสาวะ เกิดจากกระบวนการเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น การเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ให้เป็นพลังงาน การสร้างหรือซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย หรือสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ เป็นต้น
ประโยชน์ของการตรวจกรดอินทรีย์ในปัสสาวะ
การตรวจกรดอินทรีย์ในปัสสาวะ อาจช่วยหาสาเหตุของความผิดปกติในร่างกายได้ เพราะเมื่อระบบการทำงานในร่างกายมีความผิดปกติ เช่น เป็นโรคเรื้อรัง มีความผิดปกติทางระบบประสาท สมาธิสั้น อ่อนเพลีย หรือมีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง ร่างกายมักมีการขับกรดอินทรีย์ที่ผิดปกติออกมาหลายตัว
หากตรวจพบความผิดปกติ แพทย์อาจให้การรักษาโดยการเสริมสารอาหารที่ขาดหายไปด้วยอาหารเสริมต่างๆ เช่น วิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหาร เป็นต้น
การตรวจกรดอินทรีย์ในปัสสาวะ มักตรวจอะไรได้บ้าง?
ตรวจยูรีนออแกนิกส์ Urine Organic โปรแกรมตรวจการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายในระดับเซลล์ด้วยปัสสาวะ
]]>Ultherapy Hyper-Personal Lift เทคโนโลยยกกระชับด้วยคลื่นเสียง Micro Focused Ultrasound with Visualisation ซึ่งเป็นคลื่นเสียงความถี่สูงที่ปล่อยพลังงานแบบจำเพาะเจาะจง และมีความแม่นยำ
ในการส่งผ่านพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงใบหน้า ดังนั้น Ulthera จึงช่วยลดปัญหาความหย่อนคล้อย ทำให้ใบหน้ายกกระชับโดยไม่ต้องผ่าตัด โดย Ulthera ได้รับการรับรองจาก US-FDA และองค์การอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย จึงเป็นนวัตกรรมการยกกระชับที่ได้ผลและปลอดภัย
Ulthera เหมาะกับใคร ?
จุดเด่นของ Ulthera
จุดเด่นที่สำคัญของ Ulthera คือ หน้าจอแสดงชั้นผิวแบบ Realtime ขณะทำหรือ SEE and TREAT เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้แพทย์เห็นภาพชั้นผิวหนังที่กำลังยกกระชับผ่านหน้าจอได้ตลอดเวลา (Real Time Monitoring System) ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของ Ulthera แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น แพทย์ผู้ทำการรักษาจึงสามารถปรับระดับพลังงานให้เหมาะสม เลือกระดับความลึกในการรักษาทำให้มีความจำเพาะในการรักษาได้ดียิ่งขึ้น จึงส่งผลให้การรักษามีความแม่นยำ ปลอดภัย และให้ผลลัพธ์ที่ดี
ยกให้สวย ด้วยเทคนิค Hyper – Personal lift
เพราะในปัจจุบัน ผู้หญิงหลายคนไม่ได้ต้องการความสวยในเเบบเดิม ๆ อีกเเล้ว พวกเธอต้องการที่จะสวยในเเบบของตัวเอง ดังนั้น Ulthera จึงสามารถตอบโจทย์สาว ๆ ที่เปลี่ยนเเปลงความงามเเบบเดิม ให้กลายเป็นความงามเฉพาะบุคคล ด้วยเทคนิค Hyper-personal lift เนื่องจากเเต่ละคนมีรูปหน้าเเละผิวที่ไม่เหมือนกัน Ulthera จึงถูกออกแบบมาให้มีระบบหน้าจอที่ทำให้เห็นชั้นผิวระหว่างรักษา ทำให้การรักษาเเม่นยำ ตรงชั้นผิวที่ต้องการยก
การยิง Ulthera จึงต้องวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลแบบ Costumize ตั้งแต่ Design การยิงให้เหมาะกับใบหน้า การเคลื่อนมือพร้อมดูหน้าจอขณะยิง เพื่อให้พลังงานลงอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เเละเกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
ผลลัพธ์ของการรักษาด้วย Ulthera
หลังทำ Ulthera จะเห็นว่าใบหน้าจะยกทันที กรอบหน้าชัดเจนขึ้น และผลลัพธ์จะดีขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากร่างกายจะมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3-6 เดือน โครงสร้างผิวจะได้รับการฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ โดยจะเห็นผลของการยกกระชับได้ตั้งแต่ 2-3 เดือนแรกหลังทำและผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1-2 ปี*
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำ Ulthera ที่ไหนดี ?
ในปัจจุบันนี้ Ulthera มีให้บริการในหลายคลินิก แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ ทั้งในส่วนของการออกแบบรูปหน้าและความเชี่ยวชาญในการใช้เครื่องของแพทย์
* ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
]]>Thermage เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความตึงกระชับ มีไขมันส่วนเกินสะสมบริเวณใบหน้า แก้ม คาง เหนียง ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
Thermage ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง
ผลลัพธ์ของการทำ Thermage กี่วันถึงจะเห็นผล?
เมื่อทำเทอร์มาจจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ โดยผิวจะกระชับขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง และผิวเรียบเนียนขึ้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง และจะค่อยๆ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นภายในระยะเวลา 3-6 เดือน ผลลัพธ์ของการทำเทอร์มาจนั้น จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี และสามารถทำซ้ำได้ปีละ 1 ครั้ง
**ทั้งนี้ผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิวดั้งเดิม การใช้ชีวิตประจำวัน และการดูแลผิวหลังทำ
]]>
คือ เครื่องอัลตราซาวด์ที่ปล่อยคลื่นพลังงานความถี่สูง โดยจะส่งพลังงานคลื่นความร้อนกระจายลงสู่ผิวแบบแนวขนาน เป็นลักษณะออกมา 7 ส่วน ต่อการยิง 1 ครั้ง พลังงานคลื่นจะกระจายลงสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Middle to Deep Demis) ที่ระดับความลึก 1.5 มิลลิเมตร ส่งผลทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินขึ้นมาใหม่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้ผิวหน้ากระชับ ริ้วรอยลดเลือนลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
Sofwave
มีข้อดีอย่างไรบ้าง
วิธีดูแลหลังทำ Sofwave
โดยหลังจากการเก็บเลือดจากผู้ป่วย เลือดจะถูกวางไว้ในเครื่องหมุนเหวี่ยงพิเศษเพื่อแยกเกล็ดเลือดออกเป็นรูปแบบของ PRP และจะถูกฉีดเข้าไปในบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ หรือบริเวณที่ต้องการจะกระตุ้นให้ฟื้นฟู เช่น เส้นผม ข้อเข่า หรือใบหน้าเป็นต้น
และเนื่องจาก PRP ผลิตขึ้นจากเลือดของผู้ป่วยเอง ดังนั้นส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะไม่พบอาการข้างเคียงที่อันตรายจากการรักษา อีกทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นกระบวนการรักษาและฟื้นฟูการเติบโตของเซลล์ได้อีกด้วย
PRP ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
เนื่องจาก PRP มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษา ลดปวด ลดการอักเสบ จึงสามารถช่วยลดอาการบาดเจ็บและช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลังเรื้อรังของกลุ่มอาการ Office Syndrome หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่อาจส่งผลต่อข้อต่อ เอ็น กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนอื่น ๆ ของร่างกาย
ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการปวดเข่าอย่างรุนแรงจะได้รับประโยชน์อย่างมากจากการรักษาด้วย PRP เนื่องจาก ช่วยคืนความเข้มข้นของกรดไฮยาลูโรนิกในหัวเข่าและการกระตุ้นการฟื้นตัวของกระดูกอ่อนที่หุ้มข้อเข่า
PRP สามารถช่วยลดการเกิดผมร่วงและกระตุ้นรากผมให้เจริญเติบโตขึ้นใหม่ และยังช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวของเซลล์จากแผลหลังผ่าตัดได้
การทำ PRP Therapy ทำให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ฟื้นฟู กระตุ้น ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และเสริมสร้างผิวจากภายใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน ที่เกี่ยวข้องกับความยืดหยุ่นให้กับผิว และสร้างหลอดเลือดภายในผิวขึ้นมาใหม่ทำให้หน้าดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น และช่วยทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ใครที่ไม่เหมาะกับการทำ PRP (PLATELET RICH PLASMA)
แม้การทำ PRP (PLATELET RICH PLASMA) จะมีประโยชน์มากในการฟื้นฟูและรักษาผิวหน้า แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่ควรเลี่ยงการทำ PRP เช่นกัน ได้แก่
ทางด้านการแพทย์ปัจจุบันจึงได้มีการสกัดเป็ปไทด์ ที่สำคัญจากรกของเด็ก ผ่านกรรมวิธีในการแยกสารสำคัญออกมาเพื่อใช้ในการฟื้นฟูเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย พลาเซนต้าเปปไทด์สามารถกระตุ้นสเต็มเซลล์ได้มากกว่าสารอื่นๆ ได้ถึง 8 เท่า ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายผลัดเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพแล้วออกไป แล้วสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ อันจะมีผลต่อเนื่องไปยังการทำงานของร่างกาย เพิ่มฮอร์โมน ระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ และกระตุ้นให้สเต็มเซลล์เริ่มการทำงานในการซ่อมเเซมร่างกาย
ประโยชน์ของพลาเซ็นต้า